กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ กระทรวงการคลัง ร่วมดันใช้ Digital ID ยืนยันตัวตน สร้างความมั่นใจผู้ใช้ ประหยัดเวลารับบริการภาครัฐและธุรกรรมการเงิน

จับมือกระทรวงการคลัง ร่วมแถลงข่าว National Digital ID Infrastructure เพื่อให้บริการยืนยันตัวตนและดูแลรักษาความถูกต้องของข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ คาดเริ่มใช้ มิ.ย. 61

    

 

 

 

 

 

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ กระทรวงการคลัง ร่วมจัดงานแถลงข่าว National Digital ID Infrastructure โดยมี เกียรติชัย โสภาเสถียรพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วย ดร.อนุชิต อนุชิตานุกูล ที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมแถลงข่าว ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ ถนนรัชดาภิเษก บ่ายวันนี้ (14 พฤศจิกายน 2560)

เกียรติชัย เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) สำหรับให้บริการยืนยันตัวตนและดูแลรักษาความถูกต้องของข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ยืนยันตัวตนในการรับบริการต่าง ๆ ของรัฐและเอกชน เช่นเดียวกับที่มีการใช้แพร่หลายทั่วโลก ซึ่ง Digital ID ที่นำมาใช้ นอกจากเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ในอนาคตอาจเป็นลายนิ้วมือ การสแกนม่านตา การล็อกอินผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยเฟซบุ๊ก หรือโมบายแบงก์กิ้ง ฯลฯ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการแอบอ้าง/ฉ้อโกงทางออนไลน์ได้ ซึ่งไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถรองรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป

ด้าน ดร.อนุชิต กล่าวว่า ข้อมูลที่สามารถใช้ยืนยันตัวตนได้จะต้องได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่ลงทะเบียนไว้กับระบบ เช่น กรมการปกครอง เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่า บุคคลหรือระบบที่สื่อสารด้วยเป็นตัวจริง ซึ่งอนาคตแต่ละหน่วยงานจะมีการพัฒนาระบบของตนเองและนำมาเชื่อมโยงข้อมูลถึงกัน โดยสามารถใช้ประโยชน์ในภาคการเงินการลงทุน เช่น การขอสินเชื่อออนไลน์ การลงทะเบียนขอรับสวัสดิการของรัฐ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต้องได้รับการยินยอมจากบุคคลนั้น ๆ ก่อน จึงสามารถนำข้อมูลไปใช้ได้ ทั้งนี้ คาดว่าโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวจะเห็นเป็นรูปธรรมในช่วงเดือนมิถุนายน 2561

สุรางคณา กล่าวว่า Digital ID เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมต่อการยืนยันจากทุกภาคส่วนเข้ามาไว้ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรมออนไลน์ ขณะเดียวกันก็จะอำนวยความมั่นคงปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ซื้อและผู้ขายในการทำธุรกิจออนไลน์ ซึ่งรวมไปถึงการโอน-ชำระเงินทางออนไลน์ การทำธุรกรรมออนไลน์อื่น ๆ รวมทั้งบริการภาครัฐ ให้ครบสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้การทำธุรกิจในยุคดิจิทัลและไทยแลนด์ 4.0 มีความรวดเร็วและมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐานสากล